TKP HEADLINE

Showing posts with label 05.วัฒนธรรม. Show all posts
Showing posts with label 05.วัฒนธรรม. Show all posts

วัดเกวียนหักเดิมชื่อวัดช่องลม เป็นวัดเก่าแก่ที่มีอายุกว่า 400 ปี

 

วัดเกวียนหักเดิมชื่อวัดช่องลม เป็นวัดเก่าแก่ที่มีอายุกว่า 400 ปี สิ่งที่บ่งบอกถึงความเก่าแก่ก็คืออุโบสถหลังเก่าที่มีรูปทรงและลวดลายซึ่งสร้างโดยช่างสกุลอยุธยาที่สร้างประมาณ พ.ศ.2130 หลักฐานยืนยันเป็นคำบอกเล่าสืบต่อกันมาว่า ได้สร้างภายหลังวัดตะปอนน้อยเป็นเวลา 5 ปี ซึ่งใบเสมาอุโบสถวัดตะปอนน้อยสลักไว้ พ.ศ. 2125 ประกอบกับมีหลักฐานบันทึกการรายงานประวัติวัดเกวียนหักต่อกรมศาสนาว่าได้รับอนุญาตให้ตั้งวัดเมื่อ วันที่ 20 เดือน สิงหาคม พ.ศ. 2130 การบูรณะวัดเกวียนหักปรากฏหลักฐานว่า คุณพระจินดา พรหมฤทธิ์ (ตำแหน่งนายอำเภอขณะนั้น) ได้เขียนเป็นลายลักษณ์อักษรไว้บนผนังอุโบสถหลังเก่าว่า“พระจินดา มานะ สละหิรัญ ซื้อสุวรรณปิดพระทั้งสององค์ กับออกทรัพย์ซ่อมแซมอุโบสถ โดยกำหนดพันเศษตามประสงค์ ขอให้สมปรารถนา ปัญญายงค์ สมประสงค์ ปณิธาน นิพพานเอย”

ตำนานเล่าขานความเป็นมาของวัดเกวียนหัก

เป็นที่น่าสังเกตว่าวัดเกวียนหักสร้างก่อนการเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2(พ.ศ.2310) และวัดสร้าง เมื่อ พ.ศ. 2130 เป็นเวลา 180 ปี จึงเป็นตำนานเล่าขานว่า วัดนี้เคยเป็นที่พักทัพของพระเจ้าตากสิน คาดว่าเป็นครั้งที่ยกกองทัพไปโจมตีชมรมชาวพ่อค้าสำเภาที่ทุ่งใหญ่ (ตราด) จากหลักฐานเอกสารประชุมพงศาวดารภาคที่ 65 พระราชพงศาวดารกรุงธนบุรี ฉบับพันทนุมาศ (เจิม)และจากการบอกเล่าของคนที่มีอายุมากที่สุดในชุมชน คือลุงวิเชียร แววสว่าง อายุ 85 ปี และลุงกูล บำรุงวงษ์ อายุ 80 กว่าปี อ่านต่อ...


ชื่อข้อมูล:วัดเกวียนหัก
เจ้าของข้อมูล: โอเคจันทบุรี
ผู้จัดทำ:นายคุ้มเกล้า แสงคำหมี
ที่อยู่: ตำบล เกวียนหัก อำเภอ ขลุง จังหวัดจันทบุรี รหัสไปรษณีย์ 22110


สงกรานต์สมานสามัคคี สืบทอดประเพณีไทย ตำบลพลิ้ว

 

สงกรานต์สมานสามัคคี สืบทอดประเพณีไทย

ประเพณีวันสงกรานต์ ตำบลพลิ้ว เป็นวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามที่สืบทอดกันมาช้านาน เป็นวันบำรุงพระพุทธศาสนาและวัดวาอารามในท้องถิ่น กิจกรรมอย่างหนึ่งในเทศกาลสงกรานต์ คือ การทำบุญตักบาตร สรงน้ำพระ และรดน้ำขอพรผู้สูงอายุ กิจกรรมเหล่านี้ คือ การบำรุงพุทธศาสนาและการมอบงบประมาณให้วัดในท้องถิ่นของตนๆไว้ใช้จ่ายในการพัฒนาและปฏิสังขรณ์ถาวรวัตถุต่างๆภายในวัดครั้งสำคัญ

สงกรานต์ หมายถึง การส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ เดิมทีวันที่จัดสงกรานต์นี้นั้นจะมีการคำนวณทางดาราศาสตร์ แต่ในปัจจุบันได้มีการกำหนดวันที่แน่นอน คือ ตั้งแต่ 13 – 15 เมษายน แต่เดิม วันขึ้นปีใหม่ไทย คือ วันเริ่มปีปฏิทินของไทยจนถึง พ.ศ. 2431 และได้มีการเปลี่ยนแปลงมาเป็นวันที่ 1 เมษายน เป็นวันขึ้นปีใหม่จนถึง พ.ศ. 2483 กิจกรรมที่ประชาชนชาวตำบลพลิ้วจะร่วมกันทำในวันสงกรานต์นั้น เริ่มตั้งแต่ตอนเช้าจะทำบุญตักบาตรถวายพระ หลังจากตักบาตรเสร็จแล้วจึงเลี้ยงพระฉันเช้าที่ศาลาการเปรียญ และสรงน้ำพระพุทธรูป โดยนำดอกไม้ ธูปเทียนไปบูชาแล้วจึงนำน้ำอบไปประพรมที่องค์พระ เพื่อแสดงความเคารพบูชาและสรงน้ำท่านในวันขึ้นปีใหม่  อ่านต่อ


ข้อมูลเนื้อหา เรื่องราว เขียนโดย นางสาวปฏิญญา ผ่องแผ้ว ภาพถ่าย/ภาพประกอบ โดย ปังปอนด์ ถ่ายภาพ ข้อมูล TKP อ้างอิง https://www.facebook.com/media/set/?set=a.1692869464114119&type=3

สืบสานวัฒนธรรมไทยบุญบั้งไฟประเพณีที่ ซับตารี


 
สืบสานวัฒนธรรมไทยบุญบั้งไฟประเพณีที่ ซับตารี

ประเพณี บุญบั้งไฟ เป็นประเพณีสำคัญของภาคอีสานบ้านเราที่ปฏิบัติสืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ ถือเป็นหนึ่งในฮีตสิบสองเดือนของชาวอีสานที่ทำกันในเดือน 6 ช่วงเข้าสู่ฤดูฝนซึ่งเป็นฤดูทำนา จะมีการจุดบั้งไฟเพื่อบูชาเทพยดา และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย หรือที่ชาวอีสานเรียกกันว่า พญาแถน หรือ เทพวัสสกาลเทพบุตร ซึ่ง มีความเชื่อว่า พระยาแถนมีหน้าที่คอยดูแลให้ฝนตกถูกต้องตามฤดูกาล และทำให้พืชพันธุ์ธัญญาหารอุดมสมบูรณ์ความเชื่อของ ประเพณีบุญบั้งไฟ ปรากฏอยู่ใน ตำนานเรื่องพญาคันคากและเรื่องผาแดงนางไอ่ มีการกล่าวถึงการจุดบั้งไฟเพื่อบูชาพญาแถน โดยเฉพาะในเรื่องพญาคันคาก ซึ่งตำนานนั้นมีอยู่ว่าพญาคันคาก เป็นพระโพธิสัตว์ เสวยชาติเป็นโอรสของกษัตริย์ เหตุที่ได้ชื่อว่า “พญาคันคาก” เป็นเพราะเมื่อครั้งประสูติมีรูปร่างผิวพรรณเหมือนคางคก หรือที่ชาวอีสานเรียกกันว่า คันคาก และถึงแม้พระองค์จะมีรูปร่างอัปลักษณ์ แต่พระอินทร์ก็คอยช่วยเหลือ จนพญาคันคากเป็นที่เคารพนับถือของชาวบ้าน จนลืมที่จะเซ่นบูชาพญาแถน พญาแถนจึงโกรธ ไม่ยอมปล่อยน้ำฝนให้ตกลงมายังโลกมนุษย์ อ่านต่อ....



ข้อมูลติดต่อ
บ้านซับตารี  หมู่ที่ 2 ตำบลทุ่งขนาน  อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี คุณนันทะ 080-6313444
ข้อมูลผู้เขียน
นางสาวเบญจรัตน์  เฉยสวัสดิ์  ครูกศน.ตำบลทุ่งขนาน อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี 082-8980298


วัดเขาสอยดาวเหนือ

 


ในปีพุทธศักราช 2535 กลุ่มชาวบ้านผู้มีศรัทธาในพระพุทธศาสนาได้พร้อมใจกันซื้อที่ดิน(ที่ตั้งวัดในปัจจุบันนี้) ถวายแด่พระวิสุทธิญาณเถร (หลวงปู่สมชาย ฐิตวิริโย) ประธานสงฆ์วัดเขาสุกิม จังหวัดจันทบุรี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างวัด

ในวันที่ 5 กรกฎาคม 2535 พระวิสุทธิญาณเถร (หลวงปู่สมชาย ฐิตวิริโย) ประธานสงฆ์วัดเขาสุกิมด ได้ส่งพระสงฆ์ซึ่งเป็นลูกศิษย์ของท่านเข้ามาปฏิบัติธรรมรับฉลองศรัทธาญาติโยม เป็นปฐมฤกษ์ และได้พัฒนาก่อสร้างเสนาสนะตามสมควรแก่ความจำเป็นเรื่อยมา เช่น กุฏิสงฆ์ ศาลาการเปรียญ ครัวห้องสุขา กาลต่อมาจึงยกฐานะจากที่พักสงฆ์เป็นลำดับในพระพุทธศาสนาอย่างสมบูรณ์ตามลำดับ วัดเขาสอยดาวเหนือตั้งอยู่ในพื้นที่มีเอกสารสิทธิ์เป็นโฉนด โดยมีขอบเขตดังนี้

ทิศเหนือ ติดพื้นที่เอกชนมีลำรางกันเขต

ทิศใต้ ติดพื้นที่เอกชนมีลำรางกันเขต

ทิศตะวันออก ติดพื้นที่เอกชน

ทิศตะวันตก ติดภูเขาเป็นพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว

สาเหตุที่ติดกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาวจึงมองดูแล้วมีความร่มรื่น สวยงาม อุดมสมบูรณ์ไปด้วยธรรมชาติ ป่าไม้ และขุนเขา บรรยากาศของพื้นที่สีเขียวแห่งเทือเขาสอยดาว ที่อุดมไปด้วยต้นไม้นานาพันธุ์ สัตว์ป่าและต้นน้ำลำธาร อ่านเพิ่มเติม...


ข้อมูลเนื้อหา เรื่องราว เขียนโดย ท่านพระครูวิบูลธรรโมภาส ภาพถ่าย/ภาพประกอบ โดย ท่านพระครูวิบูลธรรโมภาส


วัดเขาแจงเบง

 


เมื่อปีพุทธศักราช 2518 ประชาชนหมู่บ้านคลองแจงและหมู่บ้านทรัพย์สมบูรณ์ ได้กำหนดเขตพื้นที่ป่าบนเขาแจงเบง เพื่อเป็นที่สร้างวัดในบวรพระพุทธศาสนาโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ให้เป็นวัดที่ปฏิบัติกรรมฐาน จึงพากันไปกราบนมัสการ พระเดชพระคุณท่านเจ้าคุณพระวิสุทธิญาณเถร(ท่านพระอาจารย์สมชาย ฐิตวิริโย) ประธานสงฆ์วัดเขาสุกุม ตำบลเขาบายศรี อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี เพื่อรับไว้พิจารณาสร้างวัดในโอกาสต่อไป

ครั้นเวลาผ่านมาถึงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2524 พระเดชพระคุณท่านเจ้าคุณพระวิสุทธิญาณ(ท่านพระอาจารย์สมชาย ฐิตวิริโย)ได้มีบัญชาให้พระคุณเจ้าท่านครูบาคำพันธุ์ คมฺภีรญาโณ เจ้าอาวาสวัดเขาสุกิมในขณะนั้น นำคณะพระภิกษุสามเณรจากวัดเขาสุกิม รวม 11 รูป มาปฏิบัติธรรมกรรมฐาน ซึ่งในระยะแรกได้บำเพ็ญธรรมอยู่ในเสนาสนะป่าใกล้กับหมู่บ้านทรัพย์สมบูรณ์ อันอยู่ห่างจากเขาแจงเบงประมาณ 2 กิโลเมตร

ในระหว่างที่บำเพ็ญธรรมอยู่ในเสนาสนะป่าดังกล่าวนั้น ก็ได้รับความอุปถัมภ์บำรุงด้วยปัจจัย 4 จากประชาชนในละแวกชายแดนไทย-กัมพูชา เป็นอย่างดี อาทิเช่น บ้านทรัพย์สมบูรณ์ บ้านคลองแจง บ้านสวนส้ม บ้านซับตารี บ้านสะตอน บ้านทรัพย์เจริญ เป็นต้น รวมทั้งเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติราชการชายแดน ทหาร ตำรวจตระเวนชายแดน ตลอดถึงชาวจันทบุรี กรุงเทพมหานครและจังหวัดอื่นอีกหลายจังหวัด อ่านเพิ่มเติม..

ข้อมูลเนื้อหา เรื่องราว เขียนโดย พระอาจารย์วิษณุ หาสจิตฺโต ภาพถ่าย/ภาพประกอบ โดย นายเปรมศักดิ์ ไกรพั


บุญประเพณีวันไหล งานสงกรานต์หมู่บ้านเนินดินแดง ตำบลเทพนิมิต

บุญประเพณีวันไหล งานสงกรานต์หมู่บ้านเนินดินแดง ตำบลเทพนิมิต

    บ้านเนินดินแดง ตั้งอยู่ในพื้นที่ ม.1 ต.เทพนิมิต อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี มีพื้นที่ติดต่อกับบ้านหนองกก ม.7 ซึ่งเป็นรอยต่อระหว่างประเทศไทยและกัมพูชา มีระยะทางจากหมู่บ้านเนินดินแดงห่างไปจนถึงจุดสิ้นสุดของเขตประเทศไทย ประมาณ 5 ก.ม. ทำให้พื้นที่ของตำบลเทพนิมิตเป็นเขตพื้นที่ชายแดนที่เป็นเขตพื้นที่ด้านเศรษฐกิจที่สำคัญของ อ.โป่งน้ำร้อน เป็นช่องทางการติดต่อค้าขายและส่งผลผลิตทางการเกษตรสินค้าต่างๆ ระหว่างประเทศไทย เวียดนาม และกัมพูชา เป็นเวลามานานภายใต้การควบคุมดูแลของหน่วยงานต่างๆ จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่ทั้งฝั่งประเทศไทยและฝั่งกัมพูชา จะมีขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม และประเพณีต่างๆที่มีความคล้ายคลึงกันมาก รวมไปถึงการใช้ภาษาชาวบ้านทั้ง 2 แผ่นดินนั้น จะมีเชื้อสายเครือญาติกันเป็นส่วนใหญ่ทำให้สามารถสื่อสารกันได้ด้วยทั้ง 2 ภาษา แม้แต่ในวันสำคัญทางศาสนาหรือช่วงเทศกาลต่างๆ ชาวบ้านทั้ง 2 ฝั่งจะเข้ามาร่วมกันทำบุญทำกิจกรรมเพื่อรักษาวัฒนธรรมประเพณีที่มีเหมือนกัน



 
Copyright © 2018 ศูนย์ข้อมูลความรู้ประชาชนจังหวัดจันทบุรี. Designed by OddThemes > Developed by mediathailand