การศึกษาเพื่อปวงชนศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี
การศึกษาเพื่อปวงชนศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
สวนลำไย อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี
ลำไยนั้นปลูกในหลายประเทศ แหล่งปลูกขนาดใหญ่คือประเทศจีนมีการปลูกลำไยถึง 26 สายพันธุ์ โดยส่วนมากปลูกในมณฑลกวางตุ้ง 12 สายพันธุ์ ปลูกในประเทศไต้หวันอีก 15 สายพันธุ์ ปลูกในสหรัฐอเมริกา 1 สายพันธุ์ คือพันธุ์โคฮาลา และในประเทศเวียดนาม ซึ่งมีแหล่งปลูกลำไยขนาดใหญ่ไม่แพ้จากประเทศจีน โดยมักมักปลูกในเวียดนามทางตอนเหนือที่มีอากาศหนาวเย็น โดยพันธุ์ลำไยของเวียดนามนั้นนำเข้ามาจากประเทศจีน ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่ทนได้ในอากาศเย็นจัดจนถึงจุดเยือกแข็ง ซึ่งต่างจากลำไยของประเทศไทยเกิดการกลายพันธุ์เป็นลำไยเมืองร้อน สามารถทนอุณหภูมิสูงได้ถึง 40-43 องศาในฤดูร้อน ลำไยในประเทศไทย
สามารถแบ่งออกเป็นกลุ่มและแยกเป็นชนิดย่อย เช่น กลุ่มลำไยพันธุ์ดี (ลำไยกะโหลก), กลุ่มลำไยป่า, กลุ่มลำไยพื้นเมือง(ลำไยกระดูก), กลุ่มลำไยเครือหรือลำไยเถา(ลำไยชลบุรี)
1. ลำไยกะโหลก เป็นพันธุ์ลำไยที่ให้ผลขนาดใหญ่มีเนื้อหนารสหวาน แบ่งเป็นอีกสายพันธุ์ย่อยอีก คือ
- ลำไยสีชมพู มีผลใหญ่เนื้อหนา, เมล็ดเล็ก, เนื้อมีสีชมพูเรื่อ ๆ รสดีมากที่สุด
- ลำไยตลับนาค มีผลใหญ่เนื้อหนา, เมล็ดเล็ก, หวานกรอบ, เนื้อแห้ง, เปลือกบาง
- ลำไยเบี้ยวเขียว หรือลำไยอีเขียว ผลใหญ่กลมเบี้ยว เนื้อหนา เมล็ดเล็ก หวานกรอบ เนื้อล่อน
- ลำไยอีแดง สีเปลือกของผลค่อนข้างแดง เป็นพันธุ์ขนาดกลาง กิ่งเปราะหักง่าย ผลกลมใหญ่ เมล็ดใหญ่ รสหวานแบ่งออกเป็น 2 ชนิดย่อย คือ
- ลำไยอีแดงเปลือกหนา มีใบป้อมใหญ่ผลใหญ่
- ลำไยอีแดงเปลือกบาง ใบยาวผลเล็กกว่าอีแดงเปลือกหนา อ่านต่อ....
ข้อมูลเนื้อหาเรื่องราว เขียนโดย นางสาวกิตติยา รัตนนิกร ครู กศน.ตำบลสะตอน
ภาพถ่าย/ภาพประกอบ นางสาวกิตติยา รัตนนิกร
สืบสานวัฒนธรรมไทยบุญบั้งไฟประเพณีที่ ซับตารี
ประเพณี บุญบั้งไฟ เป็นประเพณีสำคัญของภาคอีสานบ้านเราที่ปฏิบัติสืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ ถือเป็นหนึ่งในฮีตสิบสองเดือนของชาวอีสานที่ทำกันในเดือน 6 ช่วงเข้าสู่ฤดูฝนซึ่งเป็นฤดูทำนา จะมีการจุดบั้งไฟเพื่อบูชาเทพยดา และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย หรือที่ชาวอีสานเรียกกันว่า พญาแถน หรือ เทพวัสสกาลเทพบุตร ซึ่ง มีความเชื่อว่า พระยาแถนมีหน้าที่คอยดูแลให้ฝนตกถูกต้องตามฤดูกาล และทำให้พืชพันธุ์ธัญญาหารอุดมสมบูรณ์ความเชื่อของ ประเพณีบุญบั้งไฟ ปรากฏอยู่ใน ตำนานเรื่องพญาคันคากและเรื่องผาแดงนางไอ่ มีการกล่าวถึงการจุดบั้งไฟเพื่อบูชาพญาแถน โดยเฉพาะในเรื่องพญาคันคาก ซึ่งตำนานนั้นมีอยู่ว่าพญาคันคาก เป็นพระโพธิสัตว์ เสวยชาติเป็นโอรสของกษัตริย์ เหตุที่ได้ชื่อว่า “พญาคันคาก” เป็นเพราะเมื่อครั้งประสูติมีรูปร่างผิวพรรณเหมือนคางคก หรือที่ชาวอีสานเรียกกันว่า คันคาก และถึงแม้พระองค์จะมีรูปร่างอัปลักษณ์ แต่พระอินทร์ก็คอยช่วยเหลือ จนพญาคันคากเป็นที่เคารพนับถือของชาวบ้าน จนลืมที่จะเซ่นบูชาพญาแถน พญาแถนจึงโกรธ ไม่ยอมปล่อยน้ำฝนให้ตกลงมายังโลกมนุษย์ อ่านต่อ....
กศน.อำเภอสอยดาว
ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอสอยดาว ตั้งอยู่ในเขตที่ราชพัสดุอำเภอสอยดาว มีเนื้อที่ประมาณ 3 ไร่ โดยมีนางอาภรณ์ สวัสดี ดำรงตำแหน่งผู้บริหารคนแรก ตั้งแต่วันที่ 27 สิงหาคม 2536 เดิมศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอสอยดาว อาศัยบ้านพักข้าราชการสำนักงานศึกษาธิการอำเภอสอยดาวเป็นที่ทำการชั่วคราว ประมาณ 1 ปี ต่อมาได้ย้ายที่ทำการมาอยู่บ้านเช่าซึ่งได้จัดเป็นห้องสมุดชั่วคราวและจัดสอนอาชีพ จนปีพ.ศ.2539 นายสมคิด ธนูวัฒนา นายอำเภอสอยดาว ได้สนับสนุนงบประมาณในการก่อสร้างห้องสมุดประชาชนอำเภอสอยดาว แต่ต่อมาได้รับการสนับสนุนจากนักศึกษาศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำoเภอสอยดาวและประชาชนอำเภอสอยดาว ในการต่อเติมอาคารห้องสมุดประชาชนอำเภอสอยดาวเพื่อใช้ประโยชน์ในการจัดกิจกรรมสายสามัญและกิจกรรมสายอาชีพจนถึงปัจจุบัน อ่านเพิ่มเติม..
ห้องสมุดประชาชนอำเภอสอยดาว
ห้องสมุดประชาชนอำเภอสอยดาวตั้งอยู่ในเขตที่ราชพัสดุอำเภอสอยดาว ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ.2539 โดยได้รับงบสนับสนุนการก่อสร้างจากนายสมคิด ธนูวัฒนา นายอำเภอสอยดาว และต่อมาได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากนักศึกษาศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนและประชาชนอำเภอสอยดาว ในการก่อสร้างอาคารสำนักงาน ซึ่งห้องสมุดประชาชนอำเภอสอยดาวตั้งอยู่ในพื้นที่ศูนย์บริการการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอสอยดาว ห้องสมุดประชาชนอำเภอสอยดาวเป็นแหล่งเรียนรู้ของนักเรียน นักศึกษากศน.อำเภอสอยดาวและประชาชนอำเภอสอยดาว เปิดให้บริการทุกวัน(วันจันทร์ถึงวันอาทิตย์) ตั้งแต่เวลา 08.30-17.00 น. ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ ห้องสมุดประชาชนอำเภอสอยดาวก่อสร้างขึ้นเพื่อส่งเสริมการอ่าน อำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้ห้องสมุด สนับสนุนการเรียนการสอนให้เกิดประโยชน์อย่างเต็มที่และคุ้มค่า เกิดความรู้ ความเพลิดเพลิน พัฒนาสมองให้มีสติปัญญาเฉลียวฉลาด อ่านเพิ่มเติม...
ข้อมูลเนื้อหา เรื่องราว เขียนโดย นางสาวดลฤทัย แซ่ลี้
ภาพถ่าย/ภาพประกอบ โดย นางสาวดลฤทัย แซ่ลี้
วัดเขาสอยดาวเหนือ
ในปีพุทธศักราช 2535 กลุ่มชาวบ้านผู้มีศรัทธาในพระพุทธศาสนาได้พร้อมใจกันซื้อที่ดิน(ที่ตั้งวัดในปัจจุบันนี้) ถวายแด่พระวิสุทธิญาณเถร (หลวงปู่สมชาย ฐิตวิริโย) ประธานสงฆ์วัดเขาสุกิม จังหวัดจันทบุรี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างวัด
ในวันที่ 5 กรกฎาคม 2535 พระวิสุทธิญาณเถร (หลวงปู่สมชาย ฐิตวิริโย) ประธานสงฆ์วัดเขาสุกิมด ได้ส่งพระสงฆ์ซึ่งเป็นลูกศิษย์ของท่านเข้ามาปฏิบัติธรรมรับฉลองศรัทธาญาติโยม เป็นปฐมฤกษ์ และได้พัฒนาก่อสร้างเสนาสนะตามสมควรแก่ความจำเป็นเรื่อยมา เช่น กุฏิสงฆ์ ศาลาการเปรียญ ครัวห้องสุขา กาลต่อมาจึงยกฐานะจากที่พักสงฆ์เป็นลำดับในพระพุทธศาสนาอย่างสมบูรณ์ตามลำดับ วัดเขาสอยดาวเหนือตั้งอยู่ในพื้นที่มีเอกสารสิทธิ์เป็นโฉนด โดยมีขอบเขตดังนี้
ทิศเหนือ ติดพื้นที่เอกชนมีลำรางกันเขต
ทิศใต้ ติดพื้นที่เอกชนมีลำรางกันเขต
ทิศตะวันออก ติดพื้นที่เอกชน
ทิศตะวันตก ติดภูเขาเป็นพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว
สาเหตุที่ติดกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาวจึงมองดูแล้วมีความร่มรื่น สวยงาม อุดมสมบูรณ์ไปด้วยธรรมชาติ ป่าไม้ และขุนเขา บรรยากาศของพื้นที่สีเขียวแห่งเทือเขาสอยดาว ที่อุดมไปด้วยต้นไม้นานาพันธุ์ สัตว์ป่าและต้นน้ำลำธาร อ่านเพิ่มเติม...
ข้อมูลเนื้อหา เรื่องราว เขียนโดย ท่านพระครูวิบูลธรรโมภาส ภาพถ่าย/ภาพประกอบ โดย ท่านพระครูวิบูลธรรโมภาส
วัดเขาแจงเบง
ครั้นเวลาผ่านมาถึงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2524 พระเดชพระคุณท่านเจ้าคุณพระวิสุทธิญาณ(ท่านพระอาจารย์สมชาย ฐิตวิริโย)ได้มีบัญชาให้พระคุณเจ้าท่านครูบาคำพันธุ์ คมฺภีรญาโณ เจ้าอาวาสวัดเขาสุกิมในขณะนั้น นำคณะพระภิกษุสามเณรจากวัดเขาสุกิม รวม 11 รูป มาปฏิบัติธรรมกรรมฐาน ซึ่งในระยะแรกได้บำเพ็ญธรรมอยู่ในเสนาสนะป่าใกล้กับหมู่บ้านทรัพย์สมบูรณ์ อันอยู่ห่างจากเขาแจงเบงประมาณ 2 กิโลเมตร
ในระหว่างที่บำเพ็ญธรรมอยู่ในเสนาสนะป่าดังกล่าวนั้น ก็ได้รับความอุปถัมภ์บำรุงด้วยปัจจัย 4 จากประชาชนในละแวกชายแดนไทย-กัมพูชา เป็นอย่างดี อาทิเช่น บ้านทรัพย์สมบูรณ์ บ้านคลองแจง บ้านสวนส้ม บ้านซับตารี บ้านสะตอน บ้านทรัพย์เจริญ เป็นต้น รวมทั้งเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติราชการชายแดน ทหาร ตำรวจตระเวนชายแดน ตลอดถึงชาวจันทบุรี กรุงเทพมหานครและจังหวัดอื่นอีกหลายจังหวัด อ่านเพิ่มเติม..
ข้อมูลเนื้อหา เรื่องราว เขียนโดย พระอาจารย์วิษณุ หาสจิตฺโต ภาพถ่าย/ภาพประกอบ โดย นายเปรมศักดิ์ ไกรพัน
ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าเขาสอยดาว
เนื่องจากสถานการณ์พื้นที่ป่าของประเทศไทยลดลงจากประมาณ 171 ล้านไร่ หรือ 53.3 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ทั้งหมด จนเหลือเพียง 96.6 ล้านไร่ หรือ 25.4 เปอร์เซ็นต์ ในปี พ.ศ.2520 และมีแนวโน้มลดลงอย่าต่อเนื่องตามลำดับ ดังนั้นกรมป่าไม้โดยอนุรักษ์สัตว์ป่าเดิม จึงเล็งเห็นความจำเป็นในการส่งเสริมและเผยแพร่ การประชาสัมพันธ์ การให้ความรู้ความเข้าใจ ให้เกิดความร่วมมือด้านอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่าจึงจัดตั้งหน่วยงานที่มีหน้าที่ในการให้ความรู้ความเข้าใจ ส่งเสริมเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์เป็นแหล่งศึกษาธรรมชาติของเยาวชนและประชาชนทั่วไป
พ.ศ.2535 จัดตั้งขึ้นโดยใช้ชื่อ “ศูนย์ศึกษาธรรมชาติสัตว์ป่าทรายขาว”ต่อมาภายหลังได้เปลี่ยนเป็น สถานีพัฒนาและส่งเสริมการอนุรักษ์สัตว์ป่าทรายขาว”และต่อมาในปี พ.ศ.2556 เปลี่ยนชื่อเป็น “ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าเขาสอยดาว”ในปัจจุบัน อ่านเพิ่มเติม...
ภาพถ่าย/ภาพประกอบ โดย นายวิทยา มูลวัน




