TKP HEADLINE

สืบสานวัฒนธรรมไทยบุญบั้งไฟประเพณีที่ ซับตารี


 
สืบสานวัฒนธรรมไทยบุญบั้งไฟประเพณีที่ ซับตารี

ประเพณี บุญบั้งไฟ เป็นประเพณีสำคัญของภาคอีสานบ้านเราที่ปฏิบัติสืบทอดกันมาตั้งแต่สมัยโบราณ ถือเป็นหนึ่งในฮีตสิบสองเดือนของชาวอีสานที่ทำกันในเดือน 6 ช่วงเข้าสู่ฤดูฝนซึ่งเป็นฤดูทำนา จะมีการจุดบั้งไฟเพื่อบูชาเทพยดา และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย หรือที่ชาวอีสานเรียกกันว่า พญาแถน หรือ เทพวัสสกาลเทพบุตร ซึ่ง มีความเชื่อว่า พระยาแถนมีหน้าที่คอยดูแลให้ฝนตกถูกต้องตามฤดูกาล และทำให้พืชพันธุ์ธัญญาหารอุดมสมบูรณ์ความเชื่อของ ประเพณีบุญบั้งไฟ ปรากฏอยู่ใน ตำนานเรื่องพญาคันคากและเรื่องผาแดงนางไอ่ มีการกล่าวถึงการจุดบั้งไฟเพื่อบูชาพญาแถน โดยเฉพาะในเรื่องพญาคันคาก ซึ่งตำนานนั้นมีอยู่ว่าพญาคันคาก เป็นพระโพธิสัตว์ เสวยชาติเป็นโอรสของกษัตริย์ เหตุที่ได้ชื่อว่า “พญาคันคาก” เป็นเพราะเมื่อครั้งประสูติมีรูปร่างผิวพรรณเหมือนคางคก หรือที่ชาวอีสานเรียกกันว่า คันคาก และถึงแม้พระองค์จะมีรูปร่างอัปลักษณ์ แต่พระอินทร์ก็คอยช่วยเหลือ จนพญาคันคากเป็นที่เคารพนับถือของชาวบ้าน จนลืมที่จะเซ่นบูชาพญาแถน พญาแถนจึงโกรธ ไม่ยอมปล่อยน้ำฝนให้ตกลงมายังโลกมนุษย์ อ่านต่อ....



ข้อมูลติดต่อ
บ้านซับตารี  หมู่ที่ 2 ตำบลทุ่งขนาน  อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี คุณนันทะ 080-6313444
ข้อมูลผู้เขียน
นางสาวเบญจรัตน์  เฉยสวัสดิ์  ครูกศน.ตำบลทุ่งขนาน อำเภอสอยดาว จังหวัดจันทบุรี 082-8980298


กศน.ตำบลบางสระเก้า


เมื่อในอดีตที่ผ่านมา ก่อนที่ชาวบ้านจะเข้ามาลงหลักปักฐานสร้างครอบครัว เดิมพื้นที่นี้เป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์ มีลักษณะเป็นที่เนินและที่ราบลุ่ม ตั้งอยู่แถบชายทะเล มีแม่น้ำลำคลองไหลผ่าน มีการแบ่งแยกพื้นที่ระหว่างป่าไม้เบญจพรรณ ได้แก่ ต้นยางนา ต้นยางใต้ ตะเคียน ต้นไผ่ ต้นประดู่ ซึ่งเป็นพืชน้ำจืด และป่าชายเลน ได้แก่ ต้นโกงกาง ต้นจาก ต้นกวาด ต้นแสม ต้นลำพู ต้นลำแพน ต้นกะสัก ต้นโปรง ต้นกะบูน ซึ่งเป็นพืชน้ำเค็ม เนื่องจากนี้ยังเป็นพื้นที่ป่าที่อุดมสมบูรณ์ ทั้งป่าเบญจพรรณและป่าชายเลน จึงเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยและหาอาหารของสัตว์นานาชนิด ได้แก่ ช้างป่า เสือลายพาดกลอน เสือปลา เสือแปลง นากทะเล จระเข้น้ำเค็ม ลิงแสม (ปัจจุบันสัตว์เหล่านี้สูญพันธุ์ไปจากพื้นที่แล้ว) นอกจากนี้ยังมีสัตว์ปีกและสัตว์เลื้อยคลานอีกหลายชนิด ซึ่งมีหลักฐานอ้างอิงจากการบอกเล่าและพบเห็นของชาวบ้านในรุ่น ปู่, ย่า ที่เล่าสืบต่อกันมา และหลักฐานอ้างอิงที่ทำให้เชื่อได้ว่าเป็นที่อยู่อาศัยและแหล่งหากินของช้างป่า ก็คือ แอ่งดินที่ช้างป่ามานอนรวมกันและเกลือกกลิ้ง เมื่อมีฝนตกก็จะมีน้ำขังในแอ่งดิน ช้างได้อาศัยน้ำที่ขังอยู่สำหรับกินและนอนเล่นจนมีขนาดกว้างและลึกมากขึ้น มีปรากฏทั่วไปในพื้นที่จำนวน 9 แห่ง ชาวบ้านเรียกว่า “สระ” ต่อมาชาวบ้านได้ใช้จำนวนสระมาตั้งเป็นชื่อหมู่บ้านว่า  เรียกว่า “บ้านบางสระเก้า  อ่านเพิ่มเติม...

ข้อมูลเนื้อหา เรื่องราว เขียนโดย นางสาวเบญจวรรณ  ชาตกุล
ภาพถ่าย/ภาพประกอบ โดย นางสาวเบญจวรรณ  ชาตกุล

กศน.อำเภอสอยดาว

 

ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอสอยดาว ตั้งอยู่ในเขตที่ราชพัสดุอำเภอสอยดาว มีเนื้อที่ประมาณ 3 ไร่ โดยมีนางอาภรณ์ สวัสดี ดำรงตำแหน่งผู้บริหารคนแรก ตั้งแต่วันที่ 27 สิงหาคม 2536 เดิมศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอสอยดาว อาศัยบ้านพักข้าราชการสำนักงานศึกษาธิการอำเภอสอยดาวเป็นที่ทำการชั่วคราว ประมาณ 1 ปี ต่อมาได้ย้ายที่ทำการมาอยู่บ้านเช่าซึ่งได้จัดเป็นห้องสมุดชั่วคราวและจัดสอนอาชีพ จนปีพ.ศ.2539 นายสมคิด ธนูวัฒนา นายอำเภอสอยดาว ได้สนับสนุนงบประมาณในการก่อสร้างห้องสมุดประชาชนอำเภอสอยดาว แต่ต่อมาได้รับการสนับสนุนจากนักศึกษาศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำoเภอสอยดาวและประชาชนอำเภอสอยดาว ในการต่อเติมอาคารห้องสมุดประชาชนอำเภอสอยดาวเพื่อใช้ประโยชน์ในการจัดกิจกรรมสายสามัญและกิจกรรมสายอาชีพจนถึงปัจจุบัน อ่านเพิ่มเติม..

ข้อมูลเนื้อหา เรื่องราว เขียนโดย นางสาวดลฤทัย แซ่ลี้
ภาพถ่าย/ภาพประกอบ โดย นางสาวดลฤทัย แซ่ลี้

ห้องสมุดประชาชนอำเภอสอยดาว

 


ห้องสมุดประชาชนอำเภอสอยดาวตั้งอยู่ในเขตที่ราชพัสดุอำเภอสอยดาว ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ.2539 โดยได้รับงบสนับสนุนการก่อสร้างจากนายสมคิด ธนูวัฒนา นายอำเภอสอยดาว และต่อมาได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากนักศึกษาศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนและประชาชนอำเภอสอยดาว ในการก่อสร้างอาคารสำนักงาน ซึ่งห้องสมุดประชาชนอำเภอสอยดาวตั้งอยู่ในพื้นที่ศูนย์บริการการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอสอยดาว ห้องสมุดประชาชนอำเภอสอยดาวเป็นแหล่งเรียนรู้ของนักเรียน นักศึกษากศน.อำเภอสอยดาวและประชาชนอำเภอสอยดาว เปิดให้บริการทุกวัน(วันจันทร์ถึงวันอาทิตย์) ตั้งแต่เวลา 08.30-17.00 น. ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ ห้องสมุดประชาชนอำเภอสอยดาวก่อสร้างขึ้นเพื่อส่งเสริมการอ่าน อำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้ห้องสมุด สนับสนุนการเรียนการสอนให้เกิดประโยชน์อย่างเต็มที่และคุ้มค่า เกิดความรู้ ความเพลิดเพลิน พัฒนาสมองให้มีสติปัญญาเฉลียวฉลาด อ่านเพิ่มเติม...

ข้อมูลเนื้อหา เรื่องราว เขียนโดย นางสาวดลฤทัย แซ่ลี้

ภาพถ่าย/ภาพประกอบ โดย นางสาวดลฤทัย แซ่ลี้




วัดเขาสอยดาวเหนือ

 


ในปีพุทธศักราช 2535 กลุ่มชาวบ้านผู้มีศรัทธาในพระพุทธศาสนาได้พร้อมใจกันซื้อที่ดิน(ที่ตั้งวัดในปัจจุบันนี้) ถวายแด่พระวิสุทธิญาณเถร (หลวงปู่สมชาย ฐิตวิริโย) ประธานสงฆ์วัดเขาสุกิม จังหวัดจันทบุรี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างวัด

ในวันที่ 5 กรกฎาคม 2535 พระวิสุทธิญาณเถร (หลวงปู่สมชาย ฐิตวิริโย) ประธานสงฆ์วัดเขาสุกิมด ได้ส่งพระสงฆ์ซึ่งเป็นลูกศิษย์ของท่านเข้ามาปฏิบัติธรรมรับฉลองศรัทธาญาติโยม เป็นปฐมฤกษ์ และได้พัฒนาก่อสร้างเสนาสนะตามสมควรแก่ความจำเป็นเรื่อยมา เช่น กุฏิสงฆ์ ศาลาการเปรียญ ครัวห้องสุขา กาลต่อมาจึงยกฐานะจากที่พักสงฆ์เป็นลำดับในพระพุทธศาสนาอย่างสมบูรณ์ตามลำดับ วัดเขาสอยดาวเหนือตั้งอยู่ในพื้นที่มีเอกสารสิทธิ์เป็นโฉนด โดยมีขอบเขตดังนี้

ทิศเหนือ ติดพื้นที่เอกชนมีลำรางกันเขต

ทิศใต้ ติดพื้นที่เอกชนมีลำรางกันเขต

ทิศตะวันออก ติดพื้นที่เอกชน

ทิศตะวันตก ติดภูเขาเป็นพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว

สาเหตุที่ติดกับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาวจึงมองดูแล้วมีความร่มรื่น สวยงาม อุดมสมบูรณ์ไปด้วยธรรมชาติ ป่าไม้ และขุนเขา บรรยากาศของพื้นที่สีเขียวแห่งเทือเขาสอยดาว ที่อุดมไปด้วยต้นไม้นานาพันธุ์ สัตว์ป่าและต้นน้ำลำธาร อ่านเพิ่มเติม...


ข้อมูลเนื้อหา เรื่องราว เขียนโดย ท่านพระครูวิบูลธรรโมภาส ภาพถ่าย/ภาพประกอบ โดย ท่านพระครูวิบูลธรรโมภาส


วัดเขาแจงเบง

 


เมื่อปีพุทธศักราช 2518 ประชาชนหมู่บ้านคลองแจงและหมู่บ้านทรัพย์สมบูรณ์ ได้กำหนดเขตพื้นที่ป่าบนเขาแจงเบง เพื่อเป็นที่สร้างวัดในบวรพระพุทธศาสนาโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ให้เป็นวัดที่ปฏิบัติกรรมฐาน จึงพากันไปกราบนมัสการ พระเดชพระคุณท่านเจ้าคุณพระวิสุทธิญาณเถร(ท่านพระอาจารย์สมชาย ฐิตวิริโย) ประธานสงฆ์วัดเขาสุกุม ตำบลเขาบายศรี อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี เพื่อรับไว้พิจารณาสร้างวัดในโอกาสต่อไป

ครั้นเวลาผ่านมาถึงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2524 พระเดชพระคุณท่านเจ้าคุณพระวิสุทธิญาณ(ท่านพระอาจารย์สมชาย ฐิตวิริโย)ได้มีบัญชาให้พระคุณเจ้าท่านครูบาคำพันธุ์ คมฺภีรญาโณ เจ้าอาวาสวัดเขาสุกิมในขณะนั้น นำคณะพระภิกษุสามเณรจากวัดเขาสุกิม รวม 11 รูป มาปฏิบัติธรรมกรรมฐาน ซึ่งในระยะแรกได้บำเพ็ญธรรมอยู่ในเสนาสนะป่าใกล้กับหมู่บ้านทรัพย์สมบูรณ์ อันอยู่ห่างจากเขาแจงเบงประมาณ 2 กิโลเมตร

ในระหว่างที่บำเพ็ญธรรมอยู่ในเสนาสนะป่าดังกล่าวนั้น ก็ได้รับความอุปถัมภ์บำรุงด้วยปัจจัย 4 จากประชาชนในละแวกชายแดนไทย-กัมพูชา เป็นอย่างดี อาทิเช่น บ้านทรัพย์สมบูรณ์ บ้านคลองแจง บ้านสวนส้ม บ้านซับตารี บ้านสะตอน บ้านทรัพย์เจริญ เป็นต้น รวมทั้งเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติราชการชายแดน ทหาร ตำรวจตระเวนชายแดน ตลอดถึงชาวจันทบุรี กรุงเทพมหานครและจังหวัดอื่นอีกหลายจังหวัด อ่านเพิ่มเติม..

ข้อมูลเนื้อหา เรื่องราว เขียนโดย พระอาจารย์วิษณุ หาสจิตฺโต ภาพถ่าย/ภาพประกอบ โดย นายเปรมศักดิ์ ไกรพัน


ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าเขาสอยดาว


เนื่องจากสถานการณ์พื้นที่ป่าของประเทศไทยลดลงจากประมาณ 171 ล้านไร่ หรือ 53.3 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ทั้งหมด จนเหลือเพียง 96.6 ล้านไร่ หรือ 25.4 เปอร์เซ็นต์ ในปี พ.ศ.2520 และมีแนวโน้มลดลงอย่าต่อเนื่องตามลำดับ ดังนั้นกรมป่าไม้โดยอนุรักษ์สัตว์ป่าเดิม จึงเล็งเห็นความจำเป็นในการส่งเสริมและเผยแพร่ การประชาสัมพันธ์ การให้ความรู้ความเข้าใจ ให้เกิดความร่วมมือด้านอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่าจึงจัดตั้งหน่วยงานที่มีหน้าที่ในการให้ความรู้ความเข้าใจ ส่งเสริมเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์เป็นแหล่งศึกษาธรรมชาติของเยาวชนและประชาชนทั่วไป

พ.ศ.2535 จัดตั้งขึ้นโดยใช้ชื่อ “ศูนย์ศึกษาธรรมชาติสัตว์ป่าทรายขาว”ต่อมาภายหลังได้เปลี่ยนเป็น สถานีพัฒนาและส่งเสริมการอนุรักษ์สัตว์ป่าทรายขาว”และต่อมาในปี พ.ศ.2556 เปลี่ยนชื่อเป็น “ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าเขาสอยดาว”ในปัจจุบัน อ่านเพิ่มเติม...

ข้อมูลเนื้อหา  เรื่องราว  เขียนโดย  นายปาณัสม์ ชูช่วย
ภาพถ่าย/ภาพประกอบ  โดย  นายวิทยา มูลวัน


 
Copyright © 2018 ศูนย์ข้อมูลความรู้ประชาชนจังหวัดจันทบุรี. Designed by OddThemes > Developed by mediathailand